นำมาจาก : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=teepink&group=13

ลูก ๆ ทุกคน...ก็ได้รู้กันแล้วว่า ความหวังของแม่ ..ที่มีต่อลูก 3 หวังคือ

ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ


ทีนี้...มาดูตัวอย่างบ้าง..บุคคลที่เป็นยอดกตัญญูที่ประทับใจอาจารย์มากที่สุด คือใคร ทราบไหม?




คือคนในภาพนี้..ในหลวงของเรา...
ในหลวง...นอกจากจะเป็น
ยอดพระมหากษัตริย์ของโลก..เป็น THE KING OF KINGS แล้ว
ในหลวงของเรา ยังเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูด้วยความหวังของแม่...
ทั้ง 3 หวัง ในหลวงปฏิบัติได้ครบถ้วนสมบูรณ์

เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดให้แก่พวกเรา
ในหลวงทำกับแม่ยังไง ?

ตามอาจารย์มา...อาจารย์จะฉายภาพให้เห็น....
หวังที่ 1 ยามแก่เฒ่า..หวังเจ้า..เฝ้ารับใช้...

ใครเคยเห็นภาพที่... สมเด็จย่าเสด็จไปในที่ต่าง ๆ แล้วมีในหลวง..
ประคองเดินไปตลอดทาง...เคยเห็นไหม...?
ใครเคยเห็น...กรุณายกมือให้ดูหน่อย...
ขอบคุณ...เอามือลง ตอนสมเด็จย่าเสด็จไปไหนเนี่ยมีคนเยอะแยะ...
มีทหาร...มีองครักษ์ มีพยาบาล.. ที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว
แต่ในหลวงบอกว่า... "ไม่ต้อง....คนนี้...เป็นแม่เรา ..
เราประคองเอง "
ตอนเล็ก ๆ แม่ประคองเรา..
สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน... เพราะฉะนั้น. ตอนนี้แม่แก่แล้ว...
เราต้องประคองแม่เดิน เพื่อเทิดพระคุณท่าน... ไม่ต้องอายใคร...

เป็นภาพที่...ประทับใจมาก...เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน
ท่านกตัญญูต่อแม่.. ประคองแม่เดิน ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ ... สองข้างทาง
ฝั่งนี้ 5,000 คน ฝั่งนู้น.....8,000 คน ยกมือขึ้น...สาธุ แซ่ซ้อง..สรรเสริญ
"กษัตริย์ยอดกตัญญู..." ในหลวง..เดินประคองแม่..

คนเห็นแล้ว...เขาประทับใจถ่ายรูป...เอามาทำปฏิทิน
...เอาไปติดไว้ที่บ้าน เพื่อแสดงความเคารพ...กราบไหว้...





ลองหันมาดูพวกเรา...ส่วนใหญ่ เวลาออกไปไหน
แต่งตัวโก้... ลูกชาย..แต่งตัวโก้... ลูกสาว..แต่งตัวสวย...
แต่เวลาเดิน...ไม่มีใครประคองแม่ กลัวไม่โก้...
กลัวไม่สวย ข้าราชการ...แต่งเครื่องแบบเต็มยศ...
ติดเหรียญตรา...เหรียญกล้าหาญ...เต็มหน้าอก...แต่เวลาเดิน...
ไม่กล้าประคองแม่...กลัวไม่สง่า...กลัวเสียศักดิ์ศรี...
ประคองแม่ ....เป็นเรื่องของ...คนใช้... หลายคน...ให้ประคองแม่..
ไม่กล้าทำ อาย...เวลาทำดี..ไม่กล้าทำ...อาย เวลาทำชั่ว...กล้า....ไม่อาย...

ใครเห็นภาพนี้ที่ไหน...กรุณาซื้อใส่กรอบ...แล้วเอาไปแขวนไว้ที่บ้าน...เอาไว้สอนลูก





เห็นภาพชัดเจนไหมครับ? เท่านั้น...ยังน้อยไป...มาดูภาพที่ชัดเจนกว่านั้น...
หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่า...เสร็จสิ้นลงแล้วราชเลขา..ของสมเด็จย่า...
มาแถลงในที่ประชุม...ต่อหน้าสื่อมวลชน...ว่า...
ก่อนสมเด็จย่า จะสิ้นพระชนม์..ปีเศษ...ตอนนั้นอายุ 93
ในหลวง..เสด็จจากวังสวนจิตร.. ไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน
ไปทำไมครับ....? ไปกินข้าวกับแม่...ไปคุยกับแม่...
ไปทำให้แม่..ชุ่มชื่นหัวใจ...พอเขาแถลงถึงตรงนี้ อาจารย์ตกตะลึง..
โอ้โห....ขนาดนี้เชียวหรือในหลวงของเราเสด็จไปกินข้าวมื้อเย็นกับแม่...
สัปดาห์ละกี่วัน...ทราบไหมครับ
พวกเราทราบไหมครับ...สัปดาห์ละกี่วัน ?
5 วัน......มีใครบ้างครับ....? ที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่ ..
สัปดาห์ละ 5 วัน หายาก.........



ในหลวง มีโครงการเป็นร้อย...เป็นพันโครงการ...
มีเวลาไปกินข้าวกับแม่..สัปดาห์ละ 5 วัน พวกเรา ซี 7 ซี 8 ซี 9
ร้อยเอก..พลตรี...อธิบดี..ปลัดกระทรวง
ไม่เคยไปกินข้าวกับแม่....บอกว่า...งานยุ่ง
แม่บอกว่า...ให้พาไปกินข้าวหน่อย.. บอกว่า
ไม่มีเวลา จะไปตีกอล์ฟ...ไม่มีเวลาพาแม่ไปกินข้าว...
แต่มีเวลาไปตีกอล์ฟ...เห็นตัวเองหรือยัง..? พ่อแม่..พอแก่แล้ว ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง...
ฝนตก...น้ำเซาะ..อีกไม่นานโค่น...พอถึงวันนั้น...เราก็ไม่มีแม่ให้กราบแล้ว...

ในหลวงจึงตัดสินพระทัย... ไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน
เมื่อตอนที่สมเด็จย่าอายุ 93 สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน
ในหลวงไปกินข้าวกับแม่ 5 วัน อีก 2 วัน ไปไหนครับ ....?
ดร.เชาว์ ณ ศีลวันต์...องคมนตรี บอกว่า....ในหลวง...ถือศีล 8 วันพระ ถือศีล 8 นี่ยังไง...?
ต้องงดข้าวเย็น...เลยไม่ได้ไปหาแม่...วันนี้เพราะ ถือศีล อีกวันหนึ่งที่เหลือ...
อาจจะกินข้าวกับพระราชินี..กับคนใกล้ชิด แต่ 5 วัน....ให้แม่



เห็นภาพชัดแล้วใช่ไหม...?
ตอนนี้เราขยับเข้าไปใกล้ๆ หน่อย ไปดูตอนกินข้าว...
ทุกครั้ง...ที่ในหลวงไปหาสมเด็จย่า...
ในหลวงต้องเข้าไปกราบที่ตัก...แล้วสมเด็จย่า...
ก็จะดึงตัวในหลวง...เข้ามากอด..กอดเสร็จก็หอมแก้ม...
ใครเคยเห็นภาพสมเด็จย่า..หอมแก้มในหลวงบ้าง...?
ภาพนี้...ถ้าใครมี...ต้องเอาไปใส่กรอบ
เป็นภาพความรักของแม่...ที่มีต่อลูก..อย่างยอดเยี่ยม ตอนสมเด็จย่า..หอมแก้มในหลวง...
อาจารย์คิดว่าแก้มในหลวง...คงไม่หอมเท่าไร ..เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอม
แต่ทำไม...สมเด็จย่าหอมแล้ว...ชื่นใจ...เพราะท่านได้กลิ่นหอม... จากหัวใจในหลวง
หอมกลิ่นกตัญญูไม่นึกเลยว่า...ลูกคนนี้ จะกตัญญูขนาดนี้ จะรักแม่มากขนาดนี้
ตัวแม่เองคือ สมเด็จย่า...ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์
เป็นคนธรรมดา...สามัญชน...เป็นเด็กหญิงสังวาลย์
เกิดหลังวัดอนงค์...เหมือนเด็กหญิงทั่วไป...เหมือนพวกเราทุกคนในที่นี้

ในหลวงหน่ะ...เกิดมา เป็นพระองค์เจ้าเป็นลูกเจ้าฟ้า
ปัจจุบันเป็นกษัตริย์...เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่เหนือหัว
แต่ในหลวง..ที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน....ก้มลงกราบ..คนธรรมดา..
ที่เป็นแม่ หัวใจลูก...ที่เคารพแม่...กตัญญูกับแม่อย่างนี้
หาไม่ได้อีกแล้ว...คนบางคน...พอเป็นใหญ่เป็นโต
ไม่กล้าไหว้แม่....เพราะแม่มาจากเบื้องต่ำ...เป็นชาวนา....
เป็นลูกจ้าง...ไม่เคารพแม่....ดูถูกแม่......
แต่นี่...ในหลวง เทิดแม่ไว้เหนือหัว... นี่แหละครับความหอม

นี่คือเหตุที่สมเด็จย่า...หอมแก้มในหลวงทุกครั้ง...
ท่านหอมความดี...หอมคุณธรรม...หอมกตัญญู..ของในหลวง
หอมแก้มเสร็จแล้ว...ก็ร่วมโต๊ะเสวย...ตอนกินข้าวนี่...
ปกติ...แค่เห็นลูกมาเยี่ยม...ก็ชื่นใจแล้ว... นี่ลูกมากินข้าวด้วย...โอย...ยิ่งปลื้มใจ



แม่ทั้งหลาย..ลองคิดดูซิ...อะไรอร่อย ๆ ในหลวงจะตักใส่ช้อนแม่...
อันนี้อร่อย...แม่ลองทาน...รู้ว่าแม่ชอบทานผัก...
หยิบผักมาม้วน ๆ ใส่ช้อนแม่...
เอ้าแม่...แม่ทานซะ...ของที่แม่ชอบ
แทนที่จะกินแค่ 3 คำ 4 คำ

ก็เจริญอาหาร...กินได้เยอะเพราะมีความสุข
ที่ได้กินข้าวกับลูกมีความสุขที่ลูกดูแล....เอาใจใส่...
กินข้าวเสร็จแล้ว...ก็มานั่งคุยกับแม่...
ในหลวงดำรัสกับแม่ว่าไง...ทราบไหม...?

ตอนในหลวงเล็ก ๆ...แม่เคยสอนอะไรที่สำคัญ... "อยากฟังแม่สอนอีก"เป็นยังไงบ้าง...? เป็นกษัตริย์...ปกครองประเทศ...
อยากฟังแม่สอนอีก...

พวกเรา เป็นยังไง...? เราคิดว่า...เรารู้มาก...เราเรียนสูง...
เรามีปริญญา...แม่จบ ป.4 เวลาแม่สอน....ตะคอกแม่
ตวาดแม่ กระทืบเท้าใส่แม่ เบื่อจะตายอยู่แล้ว...รำคาญ....
พูดจาซ้ำซาก...เมื่อไหร่จะหยุดพูดซะที...
เราเหยียบย่ำ หัวใจแม่......

พอสมเด็จย่าสอน...
ในหลวงจะเอากระดาษมาจด...
มีอยู่เรื่องหนึ่ง...ที่จำได้แม่น.
สมเด็จย่า...เล่าว่า ตอนเรียนหนังสือที่ Swiss
ในหลวงยังเล็กอยู่...เข้ามาบอกว่า..อยากได้รถจักรยาน
เพื่อน ๆ เขามีจักรยานกัน
แม่บอกว่า...ลูกอยากได้จักรยาน...
ลูกก็เก็บสตางค์...ที่แม่ให้ไปกินที่โรงเรียนไว้ซิ...
เก็บมาหยอดกระปุก..วันละเหรียญ...สองเหรียญ
พอได้มากพอ...ก็เอาไปซื้อจักรยาน...

นี่คือสิ่งที่แม่สอน...
แม่สอนอะไร..ทราบไหมครับ...?
ถ้าเป็นพ่อแม่บางคน... พอลูกขอ...รีบกดปุ่ม ATM ให้เลย
ประเคนให้เลย..ลูกก็ฟุ้งเฟ้อ...ฟุ่มเฟือย...เหลิง...และหลงตัวเอง
พอโตขี้น...ขับรถเบนซ์ชนตำรวจ...ก็ได้...
ยิงตำรวจ...ยังได้..เพราะหลงตัวเอง..พ่อกูใหญ่
เห็นไหม.....? ตามใจเทิดทูนจนเสียคน...

แต่สมเด็จย่านี่...เป็นยอดคุณแม่..สร้างคุณธรรมให้แก่ลูก..
ลูกอยากได้..ลูกต้องเก็บสตางค์ที่แม่ให้...ไปหย่อนกระปุก...
แม่สอน 2 เรื่อง คือ...ให้ประหยัด....ให้ยืนอยู่บนขาของตัวเอง
"ความประหยัด...เป็นสมบัติของเศรษฐี"
ใครสอนลูกให้ประหยัดได้..
คนนั้นกำลังมอบความเป็นเศรษฐีให้แก่ลูก

พอถึงวันปีใหม่..สมเด็จย่าก็บอกว่า...
"ปีใหม่แล้ว...เราไปซื้อจักรยานกัน.."
เอ้า...แคะกระปุก..ดูซิว่ามีเงินเท่าไร...?

เสร็จแล้ว...สมเด็จย่าก็แถมให้...
ส่วนที่แถมนะ...มากกว่าเงินที่มีในกระปุกอีก...
มีเมตตา...ให้เงินลูก...ให้...ไม่ได้ให้เปล่า...สอนลูกด้วย...สอนให้ประหยัด
สอนว่า...อยากได้อะไร...ต้องเริ่มจากตัวเรา...
คำสอนนั้น...ติดตัวในหลวงมาจนทุกวันนี้....

เขาบอกว่า..ในสวนจิตรเนี่ย...
คนที่ประหยัดที่สุด...คือ...ในหลวง...
ประหยัดที่สุด..ทั้งน้ำ..ทั้งไฟ...
เรื่องฟุ้งเฟ้อ..ฟุ่มเฟือย...ไม่มี...




หวังที่ 2. ยามป่วยไข้...หวังเจ้า..เฝ้ารักษา
ดูว่าในหลวง ทำกับแม่ยังไง...?
สมเด็จย่า..ประชวร อยู่ทีโรงพยาบาลศิริราช..
ในหลวงไปเยี่ยม..ตอนไหนครับ..? ไปเยี่ยมตอน ตี 1 ตี 2 ตี 4 เศษๆ..จีงเสด็จกลับ..
ไปเฝ้าแม่วันละหลายชั่วโมง...
แม่...พอเห็นลูกมาเยี่ยม..ก็หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว..
ทีมแพทย์ที่รักษาสมเด็จย่า..
เห็นในหลวงมาเยี่ยม มาประทับ ก็ต้องฟิต...ตามไปด้วย
ต้องปรึกษาหารือกันตลอดว่า..จะให้ยายังไง...จะเปลี่ยนยาไหม..?
จะปรับปรุงการรักษายังไง...ให้ดีขึ้น...
ทำให้สมเด็จย่า..ได้รับการดูแลที่ดีขึ้น...

เห็นภาพไหม...? กลางคืน ....ในหลวงไปอยู่กับสมเด็จย่า...
คืนละหลายชั่วโมง..ไปให้ความอบอุ่นทุกคืน
ลองหันมาดูตัวเราเองซิ...ตอนพ่อแม่ป่วย..โผล่หน้าเข้าไปดูหน่อยนึง

ถามว่า...ตอนนี้..อาการเป็นยังไง....?
พ่อแม่...ยังไม่ทันตอบเลย ฉันมีธุระ งานยุ่งต้องไปแล้ว....
โผล่หน้าไปให้เห็น... พอแค่เป็นมารยาท..แล้วก็กลับ..
เราไม่ได้ไปเพราะความกตัญญู...
เราไม่ได้ไปเพื่อทดแทนพระคุณท่าน........น่าอายไหม...?

ในหลวง...เสด็จไปประทับกับแม่...
ตอนแม่ป่วย....ไปทุกวัน...ไปให้ความอบอุ่น...
ประทับอยู่วันละหลายชั่วโมง...นี่คือ...สิ่งที่ในหลวงทำ

คราวหนึ่ง...ในหลวงป่วย...สมเด็จย่า...ก็ป่วย..
ไปอยู่ศิริราช..ด้วยกัน..อยู่คนละมุมตึก..
ตอนเช้า..ในหลวงเปิดประตู...แอ๊ด......ออกมา...
พยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่า..ออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี
ในหลวง..พอเห็นแม่.. รีบออกจากห้อง..มาแย่งพยาบาลเข็นรถ

มหาดเล็ก...กราบทูลว่า ไม่เป็นไร.. ไม่ต้องเข็นมีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว

ในหลวงมีรับสั่งว่า.....แม่ของเรา....
ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น.... เราเข็นเองได้...
นี่ขนาดเป็นพระเจ้าแผ่นดิน...เป็นกษัตริย์....ยังมาเดินเข็นรถให้แม่
ยังมาป้อนข้าว...ป้อนน้ำให้แม่...ป้อนยาให้แม่
ให้ความอบอุ่นแก่แม่....เลี้ยงหัวใจแม่...
ยอดเยี่ยมจริง ๆ... เห็นภาพนี้แล้ว.....ซาบซึ้ง.....




หวังที่ 3. เมื่อถึงยาม...ต้องตาย...วายชีวา...
หวังลูกช่วย..ปิดตา.......เมื่อสิ้นใจ...

วันนั้น... ในหลวง..เฝ้าสมเด็จย่า อยู่จนถึงตี 4 ตี 5
เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน...จับมือแม่..กอดแม่...ปรนนิบัติแม่...
จนกระทั่ง.."แม่หลับ..." จึงเสด็จกลับ...
พอไปถึงวัง...เขาโทรศัพท์มาแจ้งว่า...สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์...
ในหลวง..รีบเสด็จกลับไป..ศิริราช...
เห็นสมเด็จย่า..นอนหลับตาอยู่บนเตียง..
ในหลวงทำยังไงครับ......?
ในหลวงตรงเข้าไป....คุกเข่า....
กราบลงที่หน้าอกแม่....พระพักตร์ในหลวง...ตรงกับหัวใจแม่...
"ขอหอมหัวใจแม่...เป็นครั้งสุดท้าย......"
ซบหน้านิ่ง....อยู่นาน... แล้วค่อย ๆ...เงยพระพักตร์ขึ้น....
น้ำพระเนตรไหลนอง......
ต่อไปนี้....จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว....
เอามือ...กุมมือแม่ไว้ มือนิ่ม ๆ...ทีไกวเปลนี้แหละ
ที่ปั้นลูก...จนได้เป็น กษัตริย์...เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง...
ชีวิตลูก...แม่ปั้น...มองเห็นหวี....ปักอยู่ที่ผมแม่....
ในหลวงจับหวี...ค่อย ๆ หวีผมให้แม่...หวี...หวี...หวี....หวี...ให้แม่สวยที่สุด....
แต่งตัวให้แม่...ให้แม่สวยที่สุด...ในวันสุดท้ายของแม่....

เป็นภาพที่ประทับใจอาจารย์ที่สุด....
เป็นสุดยอดของลูกกตัญญู...
หาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว....
กษัตริย์...ยอดกตัญญู







ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

จากหนังสือ เรื่อง หยุดความเลวที่ไล่ล่าตัวคุณ ของ พ.อ.(พิเศษ) ทองคำ ศรีโยธิน

edit @ 22 Nov 2009 11:18:45 by Madam...JANG

 

 

 

 

 

เมื่อวาน มาดามจาง พาแม่ไปศิริราชมาค่ะเลยมีโอกาศได้ไปลงนามถวายพระพร

ผู้คนบางตาลงบ้างแล้วเพราะตอนนั้นก็ราวๆ 3 ทุ่ม...แต่ก็ยังมีคนทยอยมาลงนาม

ถวายพระพรไม่ได้ขาด...

........................

ทำไมคนไทยถึงรักในหลวง

"เดิมพันของเรานั้นสูง"

ครั้งหนึ่งเมื่อหม่อมราชวงค์ศึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า "

"เคยทรงเหนื่อ ทรงท้อบ้างหรือไม่" ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสตอบ

ว่า" ความจริงมันน่าท้อถอยหรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรา

นั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านคือเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ"

(ข้อมูลจากไทยรัฐ ฉบับที่ 5 ธค.32)

"ราษฎรยังอยู่ได้"

พุทธศักราช 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จพระราชดำเนิน

ไปเยี่ยราษฎร์ที่อำเภอหนึ่งของจังหวัดพัทลุง อันเป็นแหล่งที่ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ปฎิบัติการ

รุนแรงที่สุดในภาคใต้เวลานั้น ด้วยความห่วงใยอย่างล้นพ้น ทางกระทรวงมหาดไทยได้กราบ

บังคมทูลขอให้พระองค์รอให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เสียก่อน แต่คำตอบที่ทางกระทรวง

มหาดไทยได้รับคือ " ราษฎรเขาเสี่ยงภัยยิ่งกว่าเราหลายเท่า เพราะเขากินอยู่ที่นั่นเขายังอยู่ได้

แล้วเราจะขลาดแม้แต่ไปเยี่ยมเยียนทุกข์สุขของเขาเชียวหรือ..คนเราจะอยู่สุขสบายแต่คนเดียว

ไม่ได้ ถ้าคนที่อยู่ล้อมรอบมีความทุกข์ยากควรต้องแบ่งปันความทุกข์ยากของเขาบ้าง ตามกำลัง

และความสามารถเท่าที่ทำได้"

(ข้อมูลจาก คำอภิปรายเรื่อง"พระบิดาของประชาชน")

"เขาเดินมาเป็นวันๆ"

..มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าอายุ 18 ปี ได้ตามเสด็จ...ต้องนั้นเป็นช่วงหลังพิธีพระบรมราชาภิเษก

เสด็จเยี่ยมราษฎรทุกจังหวัดและอำเภอใหญ่ๆ ก็เสด็จประมาณ 9 โมงเช้า เสด็จออกทรงเยี่ยม

ราษฎรมาเรื่อยๆ ทีนี้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า แหมนานเหลือเกิน ตอนนั้นยังไม่กางร่ม ตอนนั้นยังไม่ค่อย

กลัวแดด ไม่ใส่หมวก รู้สึกแดดเปรี้ยง หนังเท้ารู้สึกไหม้เชียว ก็เดินเข้าไปกระซิบท่านว่า พอหรือยัง

ก็โดนกริ้ว "นี่เห็นไหมราษฎร์เขาเดินมาเป็นวันๆ เพื่อมาดูเราแม้แต่นิดเดียว แต่นี่เรายืนอยู่

ไม่เท่าไรล่ะ ตอนนี้ทนไม่ไหวเสียแล้ว"

(พระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ 11 สิงหาคม 2534)

"เก็บร่ม"

การเสด็จพระราชดำเนินทุกครั้ง แม้จะต้องเผชิญกับแดดร้อยหรือลมแรง ราษฎรก็ไม่เคยย้อท้อ

ที่จะอดทนรอรับเสด็จให้ถึงที่สุด แม้ฝนจะตกหนักแค่ไหนก็ไม่มีใครยอมกลับบ้าน

ครั้งหนึ่งที่โครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่ออเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฏว่าฝกตกมาอย่างหนัก

ราษฎร์และข้าราชการที่มาเข้าแถวรอรับเสด็จต่างเปียกปอนกันหมด แต่ก็ยังตั้งแถวเป็นระเบียบ

เรียบร้อยอยู่อย่างนั้น

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ นายตำรวจราชองค์รักษ์ที่ตาม

เสด็จได้เข้าไปกางร่มถวาย ทรงทอดพระเนตรเห็นบรรดาข้าราชการและราชฎรที่มายืนตั้งแถว

รอรับเสด็จอยู่ต่างก็เปียกฝนโดยทั่วกัน "จึงมีรับสั่งให้เก็บร่ม และทรงเปียกฝนเช่นเดียวกับ

ข้าราชการและราษฎร์ทั้งหลายที่ยืนรอรับเสด็จในขณะนั้น"

(ที่มา บทความจาก "พระบารมีปกเกล้าฯที่อำเภอท่ายาง")

"ฉันทนได้"

ในเดือนหนึ่งของปี 2528 พระทนต์องค์หนึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหักเฉียด

โพรงประสาทฟัน พรงทนต์องค์นั้นต้องการการถวายการรักษาอย่างเร่งด่วน ขณะนั้นกรุงเทพฯ

ก็กำลังประสบปัญหาอุทกภัย ต้องการการบรรเทาทุกข์เร่งด่วนเช่นกัน

เมื่อทันตแพทย์เข้ามาถวายการรักษา พระบาทสมเด็จทรงรับสั่งถามว่า "จะใช้เวลานานเท่าใด"

ทันตแพทย์กราบังคมทูลว่าอาจจะใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง พระบาทสมเด็จพระเจ้อยู่หัวทรงรับสั่งว่า

"ขอรอไว้ก่อนนะ ฉันทนได้ วันนี้ของไปดูราษฎร์และช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมก่อน"

"คำสอนประโยคเดียว"

เมื่อนิตยสาร "สไตล์" ฉบับปี 2530 ได้ตั้งคำถามกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ถึงคำสอนของ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ประทับอยู่ในหัวใจของ ดร.สุเมธ ซึ่งดำรงค์ตำแหน่งผู้อำนวยการ

สำนักเลขานุการ กปร.  ตอบว่าคำสอนประโยคเดียวก็เกินพอนั้นคือพระราชดำรัสที่ว่า

"มาอยู่กับฉันนั้นฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุขที่จะมีร่วมกันในการทำประโยชน์ให้แก่

ผู้อื่น"

ถ้ามีใครถาม มาดามจาง ว่าทำไม มาดามจางถึงรักในหลวง

มาดามจาง คงตอบไม่ได้หรอกค่ะว่าทำไม  เพราะมันมาจาก

หัวใจ มาจากข้างใน มาจากความเป็นคนไทย..

คนไทยที่เป็นราษฎรของพระองค์ค่ะ........

" ขอพระองค์ทรงพระเจริญ "

.................................

......แล้วเพื่อนละค่ะทำไมถึงรักในหลวง.......

Mind Map

posted on 19 Nov 2009 22:14 by bank-iba
ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ ชาร์ตพลังความจำให้เต็มเปี่ยม และเปลี่ยน
วิถีชีวิตของคุณใหม่!!


สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำเืรื่องการเขียน Mind Map นะครับ
เพราะว่าเพิ่งจะได้ไปเรียนวิชาเขียน Mind Map อย่างถูกต้อง
ตามหลักมาตรฐานสากลของคุณ Tony Buzan มาครับ

หลายๆ คนคงจะรู้จักหรือเคยได้ยิน Mind Map กันมาบ้างนะครับ
บางคนอาจจะเคยเรียนจากโรงเรียนมาแล้วเสียด้วยซ้ำ

วันนี้ผมจะพาไปรู้จัก Mind map กันให้มากขึ้นครับผม


            Mind Map คืออีหยัง?  

Mind Mapก็คือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ช่วยในการเขียนแผนผังความคิดของคุณได้อย่าง 

อิสระสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะใช้ในด้านการเรียน การทำงาน 

การบริหาร การ... จิปาถะครับ


mind map นั้นจะมีการใช้ข้อความที่เป็นคีย์เวิร์ด มีการใช้สีสันที่หลากหลายเพื่อสร้างจินตนาการ
มีการวาดรูปประกอบ เพื่อเพิ่มความจำด้วยครับ


            แ้ล้วถ้าจะเขียน Mind Map ต้องเตรียมอะไรบ้าง? 


การเขียน Mind Map ไม่ได้ยากอะไรเลยครับเมื่อเทียบกับการทำการบ้านวิชาแคลคูลัส
ผมพูดจริงๆนะครับ  ไม่เชื่อก็ลองอ่านต่อละกัน 55++  และนี่คือสิ่งที่ต้องเตรียมคับ


            
  • กระดาษเปล่าๆ 1 ใบ ไม่มีเส้นจะดีที่สุด ขนาดอย่างน้อยเท่า A4
  • ปากกาหลากสี หรือสีดินสอ ปากกาสี (มีหลายๆสียิ่งดีครับ)
  • หัวสมองของคุณ
  • จินตนาการของคุณ!!

เห็นไหมละครับ มันไม่ได้มีอะไรยุ่งยากเลย
เมื่อคุณใช้ Mind Maps ทุกวี่วันแล้วละก็ คุณจะพบว่ามันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง
และมีประิสิทธิภาพที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมากครับ เพราะว่าเราสามารถปลดปล่อย
ความคิด จินตนาการลงไปในแม็พของเราได้เต็มที่ แถมทำให้การนั่งจดเล็กเชอร์
ดูไม่น่าเบื่อด้วย  จากการวิจัยพบว่า เหล่าอัจฉริยะส่วนใหญ่มักจะจดบันทึกด้วย
การวาดภาพประกอบซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของ Mind Map นั่นเอง


ต่อไปเป็น 7 ขั้นตอนวิธีในการเขียน Mind Map ครับ
  • เริ่มวาดที่จุด "กึ่งกลาง" ของกระดาษก่อน  ทำไมละ?  . Why? 
    ก็เพราะว่าการเริ่มต้นที่จุดกึ่งกลางจะทำให้สมองของเราเป็นอิสระ 
    พร้อมที่แตกหน่อความคิดออกไปยังทุกทิศทางไงละครับ เอิ้กๆๆ

  • ใช้รูปภาพหรือวาดรูปประกอบไอเดียที่คุณเพิ่งจะเขียนไปตรงจุดกึ่งกลางตะกี้  ทำไมละ?  
    ก็เพราะว่ารูปภาพมีความหมายนับล้านคำไงละครับ  และยังช่วยให้เราได้ใช้จินตนาการไปในตัวด้วย  
    ภาพที่อยู่ตรงกึ่งกลางจะดูน่าสนใจเพิ่มขึ้นทำให้เรามีจุดโฟกัสที่แน่นอน ดึงดูดความสนใจ
    และทำให้รอยหยักในสมองได้เพิ่มขึ้นด้วย!!

  • ใช้สีหลากสีสัน  ทำไม?  ก็เพราะว่าสีจะทำให้สมองของคุณได้ตื่นตัว ตื่นเต้น ตื่นตูม
    (เย้ยยย 555+)   สีสันจะทำให้แม็พของพวกเราดูมีชีวิตชีวาน่าอ่านมากยิ่งขึ้นไงครับ  
    แถมการนั่งวาดภาพระบายสีมันก็ได้ฝึกความคิดสร้างสรรค์ด้วยนะเออ
  • วาด "กิ่ง" ออกมาจากภาพตรงกลางแล้วแตกกิ่งก้านสาขาออกมาตามที่สมองเราจะคิดได้
    ต้องให้เส้นเชื่อมต่อกันนะครับเหตุผลก็เพราะว่าสมองของมนุษย์ทำงานแบบเชื่อมโยงเข้าหากัน 
    มันไม่ได้ทำงานแบบโดดเดี่ยวเอกา  แต่ทำงานแบบจอยกับอย่างอื่นด้วย


  • วาดเส้นกิ่งให้ "โค้ง"  ดีกว่าวาดแบบ "เส้นตรง"  อ้าว!! ทำไมละ??  เหตุผล 
    ไม่มีไรร็อก แค่จะบอกว่า เส้นตรงๆ อ่ะมันดูน่าเบื่อไป 55+
  • ใช้เพียงแค่ "คีย์เวิร์ด" เท่านั้น สำหรับเส้นกิ่งแต่ละเส้นและคีย์เวิร์ดต้องอยู่บนเส้นนะครับ
    ไม่ใ่ช่อยู่ด้านล่างเส้น  เหตุผลที่เขียนเฉพาะคีย์เวิร์ดก็เพราะว่า
    คีย์เวิร์ดแบบโดดๆจะทำให้แม็พของคุณดูมีพลังและยืดหยุ่นได้

นี่แหล่ะครับขั้นตอนการวาดแม็พ ไม่ได้ยากอะไรเล้ย แม่นบ่??

แต่!! วันนี้ผมจะพาไปดูการเขียน Mind Map ที่ผิดด้วยครับ ซึ่งผมเองก็เพิ่งทราบ
และอาจารย์บอกว่า ครูหลายคน (ซึ่งเยอะมาก) สอนเด็กให้เขียน Mind Maps
ที่ยังไม่ถูกหลัก หรือเรียกได้ว่าไม่ถูกต้องเลยแหล่ะ มาดูครับว่า มันเป็นแบบไหน


ตัวอย่าง...ที่ผิด...







 

 





ห๊า!! หลายๆคนแทบจะกรี๊ด เพราะอาจจะมีบางคนเขียนแบบนี้แล้วเรียกว่านี่เป็น Mind Maps
จริงๆแ้ล้วไม่ใช่นะครับ ไม่ใช่ Mind Maps เลย มันคือ Concept Maps ต่างหาก
ดังนั้นใครที่เขียนบันทึกแบบนี้แล้วเรียกว่า Mind Maps ก็จงเีรียกชื่อใหม่ได้แล้วนะครับ
เพราะนี่ไม่ใช่ Mind maps  คับผม


ลองดูตัวอย่างการเขียน Mind Map ที่ถูกต้องตามหลักสากลกันครับ




edit @ 19 Nov 2009 22:20:48 by Madam...JANG